เงินบาทเปิด 33.56 บาท/ดอลลาร์ จับตาตะวันออกกลาง ยังเสี่ยงอ่อนค่า
เงินบาทเปิด 33.56 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย" แต่ยังเสี่ยงอ่อนค่า หากตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น จับตา! น้ำมัน บอนด์ยีลด์ ทองคำ ทิศทางดอกเบี้ย Fed ใกล้ชิด
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.56 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนพอสมควร (แกว่งตัวในกรอบ 33.46-33.64 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ตามจังหวะอ่อนค่าของเงินดอลลาร์
ที่มาพร้อมกับการรีบาวด์ขึ้นบ้างของราคาทองคำ (XAUUSD) หลังผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉพาะในการประชุมเดือนตุลาคม ตามรายงาน ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนกันยายน เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง น้อยกว่าที่ตลาดประเมินไว้ 89,000 ตำแหน่ง (ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ยอดจ้างงานฯ เพิ่มขึ้นราว 133,000 ตำแหน่ง) ส่วนอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ขยับสูงขึ้นเล็กน้อย สู่ระดับ 4.2% สูงกว่าที่ตลาดมอง 4.1%
และอัตราการเติบโตค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) ชะลอลงสู่ระดับ 3.0% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 3.2% ทว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงและหนุนให้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ได้กลับมาสร้างแรงกดดันต่อเงินบาท ผ่านการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รวมถึงการปรับตัวลงต่อเนื่องของราคาทองคำ
สัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมนี้ ทว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังคงทำให้ผู้เล่นในตลาดคาดหวัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย 3-4 ครั้ง ถึงสิ้นปีหน้า
จับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ และรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก
ทิศทางเงินดอลลาร์จะขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed ทั้งนี้ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อาจสร้างความผันผวนต่อเงินดอลลาร์ได้ หลังเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงใกล้โซน 158 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้ผู้เล่นในตลาดระมัดระวังต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงิน
ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่าเงินบาทยังคงอ่อนไหวต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.85 บาทต่อดอลลาร์ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความร้อนแรงขึ้น ทั้งนี้ ควรจับตา ทิศทางราคาทองคำ และฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางความกังวลผลกระทบของน้ำท่วม รวมถึง การเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่นที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทเช่นกัน
มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 33.25-33.85 บาท/ดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า 33.45-33.65 บาท/ดอลลาร์
สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังมีกำลังอยู่ เปิดความเสี่ยงเงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 33.85 บาทต่อดอลลาร์ เราประเมินว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางเงินบาทได้ ผ่านการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยบรรดาธนาคารกลางหลัก (กระทบทิศทางเงินดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ระยะยาว และราคาทองคำ) และยังส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจไทย ผ่านความผันผวนของราคาพลังงานและค่าขนส่ง ค่าระวางเรือ
ทำให้ เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ดังนั้น ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง
ในระยะสั้น เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อได้ หากผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย ไม่ว่าจะในปีนี้ หรือ ปีหน้า ซึ่งขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี แม้ว่าผู้เล่นในตลาดอาจไม่ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย Fed มากนัก แต่การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์ รวมถึงราคาทองคำ และส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังเงินบาทได้ โดยในระยะหลัง บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ผันผวนตามราคาพลังงาน ที่ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง (Correlation 30 วัน เฉลี่ยสูงกว่า 72% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา) ทำให้เงินบาทยังไม่สามารถพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ชัดเจน จนกว่าผู้เล่นในตลาดเริ่มมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.55 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.58 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่า จากทิศทางของดอลลาร์สหรัฐที่กลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อย ตาม Bond Yield สหรัฐที่ย่อตัวลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงหลัก ปรับลดลงจาก 5.34% ในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 5.26% หลังการเปิดเผยรายงานตลาดแรงงานของสหรัฐ
การย่อตัวของ Bond yield หลังการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง (คาดการณ์: 89,000 / ครั้งก่อน: 162,000) และอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate): อยู่ที่ 4.2% (คาดการณ์: 4.1% / ครั้งก่อน: 4.1%) ตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอนี้สอดคล้องกับข้อมูลเงินเฟ้อดัชนีราคาการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ต่ำกว่าคาดก่อนหน้านี้ มอบสัญญาณบวกให้แก่นักลงทุนหลังจากที่ตลาดตราสารหนี้เผชิญแรงขายอย่างหนักตลอดไตรมาสที่สาม ขณะเดียวกันราคาทองคำยังคงทรงตัวเหนือระดับแนวรับ 4,100 ดอลลาร์
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.40 -33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.40 - 33.70 แนะนำ ทยอยซื้อ 33.40 ขาย 33.70
- EUR/THB 37.50 - 37.90 แนะนำ ทยอยซื้อ 37.50 ขาย 37.90
- JPY/THB 0.2100 - 0.2140 แนะนำ ทยอยซื้อ 0.2100
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB